ผลต่างระหว่างรุ่นของ "โรคเก๊าท์"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
(หน้าที่ถูกสร้างด้วย ''''โรคเก๊าท์''' เป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการสะสมของผล...')
 
ข้ออักเสบ : บวมแดง, acute > 1 ครั้ง, monoarthritis, ปวดสูงสุดภายใน 1 วัน ตำแหน่ง : metatarsophalangeal joint, tarsal joint, unilateral อื่นๆ : tophus, high serum uric acid, no organism in joint fluid Film : asymetrical joint swelling, subcortical bone cyst
 
== การรักษา ==
1.# การแนะนำ การงดดื่มสุรา ในรายที่อ้วนควรลดน้ำหนักตัว และรักษาโรคร่วมอื่นๆ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีสารพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ สัตว์ปีก
 
2.# การใช้ยารักษา ในช่วงแรก หรือ Acute atage ให้ NSAIDS ควบคู่กับ colchicin NSAIDS เลือก indomethacin 75 -150 mg/day diclofenac 75 -150 mg/day naprocen 500-1000 mg/day piroxicam 20 mg/day 1st day 40 mg ibuprofen 1200-1400 mg/day
1.การแนะนำ การงดดื่มสุรา ในรายที่อ้วนควรลดน้ำหนักตัว และรักษาโรคร่วมอื่นๆ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีสารพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ สัตว์ปีก
2. การใช้ยารักษา ในช่วงแรก หรือ Acute atage ให้ NSAIDS ควบคู่กับ colchicin NSAIDS เลือก indomethacin 75 -150 mg/day diclofenac 75 -150 mg/day naprocen 500-1000 mg/day piroxicam 20 mg/day 1st day 40 mg ibuprofen 1200-1400 mg/day
 
loading dose in 1st day, ห้ามให้ aspirin, หากรับประทานไม่ได้พิจารณาใช้ยาฉีด
Colchicine (0.6 mg) วันแรก q 4-6 ชั่วโมง , วันต่อมา 1x2 pc x 3-7 days หรือจนกว่าอาการทุเลา Corticosteriod ใช้เมื่อมีข้อห้ามการให้ NSAIDS : GI bleeding, renal failure, polyarthritis และควรให้ร่วมกับ colchicine
 
== ข้อพิจารณา เพื่อป้องกัน การกลับเป็นซ้ำ 1.ข้ออักเสบบ่อย ทุก 1-2 เดือน ให้ colchicine 0.3-1.2 mg/day (tab 0.6 mg) 2.ข้ออักเสบไม่บ่อย ทุก 3-4 เดือน ขึ้นไป ให้ colchicine รับประทานช่วงที่มีอาการกำเริบ เหมือน acute phase 3.การพิจารณาหยุดยา== colchicine
# ข้ออักเสบบ่อย ทุก 1-2 เดือน ให้ colchicine 0.3-1.2 mg/day (tab 0.6 mg)
 
# ข้ออักเสบไม่บ่อย ทุก 3-4 เดือน ขึ้นไป ให้ colchicine รับประทานช่วงที่มีอาการกำเริบ เหมือน acute phase
3.1 ผู้ป่วยไม่มีปุ่มโทฟัส ;หยุดยาเมื่อไม่มีข้ออักเสบกำเริบหลังควบคุมระดับกรดยูริกได้ตามเกณฑ์ เป็นเวลา 6-12 เดือน
# การพิจารณาหยุดยา colchicine
3.2 ผู้ป่วยมีปุ่มโทฟัส ; ควบคุมระดับกรดยูริกได้ตามเกณฑ์และปุ่มโทฟัสหายไป เป็นเวลา 6-12 เดือน
3.1## ผู้ป่วยไม่มีปุ่มโทฟัส ;หยุดยาเมื่อไม่มีข้ออักเสบกำเริบหลังควบคุมระดับกรดยูริกได้ตามเกณฑ์ เป็นเวลา 6-12 เดือน
3.2## ผู้ป่วยมีปุ่มโทฟัส ; ควบคุมระดับกรดยูริกได้ตามเกณฑ์และปุ่มโทฟัสหายไป เป็นเวลา 6-12 เดือน
การให้ยาลดกรดยูริก Aim: ละลายผลึกยูเรตที่สะสมตามเนื้อเยื่อต่างๆ การรับประทานในกรณีนี้ต้องติดต่ออย่างน้อย 4-5 ปีจึงจะได้ประโยชน์เต็มที่(อย่างสม่ำเสมอ)
 
Indication :== การให้ยา ==
1.# arthritis > 3 ครั้งต่อปี โดยที่ผู้ป่วยรับประทานยา colchicine เพื่อป้องกันทุกวัน
2.# มีปุ่มโทฟัส
3.# มีนิ่วในทางเดินปัสสาวะ
4.# uric a level >= 9 mg/dl
5.# มีการขับกรดยูริกทางไต >= 800 mg/day
 
=== ข้อควรระวัง ===
-# การเริ่มให้ต้องรอจนข้ออักเสบหายสนิทแล้ว
-# เริ่มให้ขนาดต่ำก่อน แล้วปรับยาทุก 2-4 สัปดาห์ และ ตรวจระดับกรดยูริกจนต่ำกว่า 5.5 mg/dl
-# ระยะเวลาการให้ จนกระทั่งไม่มีอาการข้ออักเสบหรือให้จนปุ่มโทฟัสหายไปหมดเป็นเวลา 4-5 ปีขึ้นไป
-# ห้ามปรับยาลดกรดยูริกขณะที่ข้อมีการอักเสบ
-# ในรายที่มีนิ่วทางเดินปัสสาวะต้องให้ยาลดกรดยูริกชนิดยับยั้งการสร้างกรดยูริกตลอดไป
 
=== แนวทางการใช้ยาเร่งการขับกรดยูริก (probenecid, benzpromarone)===
1.# อายุน้อยกว่า 60 ปี
2.# การทำงานของไตปกติ probenecid CCr > 80 cc/min, benzpromarone CCr > 30 cc/min
3.# มีการขับกรดยูริกออกทางไตน้อยกว่า 800 cc / day
4.# ไม่มีประวัติหรือตรวจพบนิ่วในทางเดินปัสสาวะ
 
=== แนวทางการใช้ยายับยั้งการสร้างกรดยูริก (Xanthine oxidase inhibitor or allopurinol) ===
1.# มีปุ่มโทฟัส
2.# มีการขับกรดยูริกออกทางไตมากกว่า 800 cc / day
3.# มีประวัติหรือตรวจพบนิ่วในทางเดินปัสสาวะ
4.# ใช้ยาเร่งการขับกรดยูริกออกทางไตไม่ได้ผล
 
ขนาดยา
678

การแก้ไข